วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

เลือดทายนิสัย

ชีวิตมีรสชาติแบบคุณ A
ชอบโหวกเหวกสนุกสนานในงานปาร์ตี้ กรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่อง แต่ต้องเป็นทีมที่มีคนร้อน ๆ นะ ในยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อน ๆ คุณ A จะเป็นคนที่เม้าท์เก่งมาก พูดกันได้เป็นชั่วโมงเชียวหละ เรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางในการพูดคุยเลยทีเดียว แต่เมื่อยามที่ทะเลากับชาวบ้าน คุณ A กลับกลายเป็นคนเยือกเย็น สุขุมไม่ชอบเถียงใครให้วุ่น ถ้าไม่พอใจใครจริง ๆ ก็จะใช้แค่สายตาปราม อย่างมากก็จะตำหนินิด ๆ หน่อย ๆ แค่นั้นเอง แต่ถ้าทะเลาะกันแล้วจะหาทางคืนดี บอกได้เลยว่า "ยาก"
เพราะคุณ A นั้นแสนจะเจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าพยายามยับยั้งเขา ปล่อยให้เวลาช่วยคลายอารมณ์ลง รอเขาอารมณ์ดีแล้วค่อยง้อ รับรองไม่มีคำว่า สาย

เรื่องราวความรักของคุณ A
เป็นคนขี้ขลาดไม่กล้าที่จะแสดงให้เขารู้ว่าคุณมีใจให้ ส่วนใหญ่จะไม่สามารถสมหวังในความรักได้อย่างรวดเร็ว เพราะมักต้องใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ แต่ถ้าอกหัก หรือเสียใจ คุณ A ที่ชอบคิดมากและลืมอะไรได้อยากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็จะเฝ้าครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เสียใจตลอดเวลา และก็จะไม่สามารถทำใจได้จนกว่าจะยอมรับในเรื่องนั้น ถ้าคุณเป็นห่วง ก็แค่มีคำพูดปลอบใจอันหวานหูอยู่ใกล้ ๆ เขาตลอดเวลาหรือโทรศัพท์หาก็โอเคนะ


คุณ B
จะมีดีก็ตรงคำพูดนี่แหละ เวลาพูดชอบออกท่าทางประกอบทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและคล้อยตามไปด้วยเสมอ ชอบยุ่งกับการออกไปข้างนอกเล่นกีฬามากกว่านั่งเล่นอยู่กับบ้านเฉย ๆ มีพลังจะสนุกสุดเหวี่ยงเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย ถ้าชวนเขาไปงานวันเกิดไปเที่ยวปิกนิคทำกิจกรรมหละก็ จะตื่นเต้นยินดี๊ ยินดี นอกจากนี้ก็ยังมีนิสัยเด็ก ๆ อยากได้คนมาปกป้องดุแลและเป็นที่ปรึกษา แต่ถ้าเผลอไปทำให้โกรธหรือโมโหขึ้นมา ทางเดียวที่จะหลอกล่อคุณ B ให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้ก็คือ การให้ของขวัญ ไม่ต้องไปปลอบใจเขาหรอกไม่จำเป็นเลย ดี ไม่ดีจะไม่ชอบใจเอาเสียด้วยซ้ำ แต่คงไม่ต้องซื้อขนมบ่อยนักหรอกเพราะคุณ B เป็นคนโกรธยากหรือถ้าโกรธ ก็โกรธได้ไม่นานก็ลืม แต่ถ้าใครโดนโกรธนี่ต้องพิจารณาตัวเองใหม่แล้วหละว่าแย่เกินไปรึเปล่า

เรื่องราวของความรักของคุณ B
หากสนใจใคร ก็มักคิดหาวิธีในการเชื่อมสัมพันธ์กับเขาได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งการไม่คำนึงถึงสภาพการณ์จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนอื่น ในบางเวลาก็เป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน หากคิดจะทำอะไรแล้วก็จะทำทันทีโดยไม่ยั้งคิดแต่เมื่อคิดได้ก็มักสายเกินแก้จนต้องเสียใจภาพหลัง และอาจจะเป็นเรื่องที่จะทำให้รู้สึกเสียใจไปตลอด

คุณ AB
เป็นคนประเภทพูดน้อยต่อยหนัก เกลียดที่จะกรี๊ดกร๊าดไร้สาระแต่ชอบร้องเพลง อย่าให้ได้จับไมค์เชียวนะเป็นร้องไม่หยุด ไล่ไม่เลิกเลยทีเดียว เวลาจะทำอะไรต้องมีเหตุมีผลเสมอ กับเพื่อน ๆ ก็ชอบเป็นฝ่ายฟังเสียมากกว่าทุกคนจึงชอบพูดคุยถึงปัญหาต่าง ๆ ให้ฟังอยู่เรื่อย แต่บางทีการที่วิจารณ์คนอื่นตรงไปตรงมาก็อาจทำให้คนอื่น ๆ ไม่ชอบใจก็เป็นได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะคุณ AB ไม่ชอบทะเลาะกับใครนักหรอกส่วนมากถ้ามีเรื่องกันก็ไม่ใช่คุณ AB ที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อนความใจเย็นที่เป็นนิสัยประจำตัว จะทำให้ระงับสติอารมณ์ได้มากเมื่อต้องวีนกับใคร

เรื่องราวของความรักของคุณ AB
คนอื่นจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเองมากกว่า คุณ AB จึงมักถูกตามตื๊อของความรักมากมายจนน่าอิจฉา แต่เมื่อยามต้องอกหักเสียใจก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ค่อยแสดงอาการเสียใจออกมาให้เห็น ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว เพราะมันเป็นเรื่องยากที่จะจับความรู้สึกของคุณ AB เวลาที่เขาเศร้า ก็ชอบที่จะเศร้าเงียบ ๆ คนเดียว ยิ้มให้เขาแค่นั้นก็พอ

คุณ O
นั้น เบิกบานกับการพูดคุยจุ๊กจิ๊ก และจะรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ตัวเองสนุกได้ นั่นคือความสนุกสนานที่ได้พูดคุย ทำให้คนอื่นร่าเริงแม้ว่าตอนนั้นสถานการณ์จะไม่ใครดี ก็สามารถกู้สถานการณ์ด้วยการพูดคุยจ๊อกแจ๊กไปตามประสา ชอบเป็นจุดเด่น ถ้ามีคนสนใจล่ะก็ถึงไหนถึงกันสิแต่ถ้าใครทำเป็นว่าไม่สนใจ ก็จะอารมณ์บ่จอยขึ้นมาทันที ถ้าเถียงกับใครล่ะก็ไม่มียอมง่าย ๆ หรอกนอกจากจะแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง เป็นคนน่ากลัวเมื่อถูกทำให้โกรธ แต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไรก็จะหายทันที การอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นจุดสำคัญสำหรับคุณ O มาก

เรื่องราวของความรักของคุณ O
เนื่องจากเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา รักใครแล้วคุณก็จะแสดงออกเปิดเผยกับเขาตรง ๆ เชื่อมสัมพันธ์กับเขาทันที เป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งก็ควรคำนึงถึงจิตใจเขาด้วยว่าเขาคิดกับคุณในแบบที่คุณคิดหรือเปล่า แต่ถ้าอกหักหรือเสียใจมาก ก็สามารถทำใจได้อย่างรวดเร็วและลืมไปได้ในเวลารวดเร็ว เพราะเป็นคนไม่ชอบคุ่นคิดในเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ เรื่องที่ทำให้เสียใจ ถ้าคุณเป็นเพื่อนกับคุณ O ก็ควรนั่งลงข้าง ๆ กุมมือเขาไว้ ฟังเขาระบายความขมขื่น พร้อมกับพูดว่า "ฉันเข้าใจความ รู้สึกของเธอดีจ้ะ"

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

Healthy Protein Mix for Exercize

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่เล่นเวทคงมีทานเวย์หรือโปรตีนเชค (Protein Shake) กันบ้างหละครับ ยิ่งหากเป็นคนผอมหรือ high metabolism เผาผลานเก่งก็คงยากที่จะออกกำลังสร้างกล้ามให้โตได้ง่าย บางคนที่เห็นตัวโตเป็นปูนี่คงอาศัยอาหารเสริมอย่างอื่นแน่ๆครับ ส่วนตัวผมว่าหากไม่ได้หวังไปแข่ง body building หรือต้องเป็นนายแบบเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬาประเภทเล่นกล้ามหละก็ ทานเวย์และอาหารที่มีโปรตีนสูงก็เพียงพอแล้วครับ จะได้ประหยัดกันหน่อย ส่วนว่าจะทานเยอะน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่คนครับ...

1) สูตรหนักเพื่อปั๊มตัวให้บวมใหญ่อย่างรวดเร็ว
จะใช้สูตรนี้หากละเลยออกเล่นเวทนานเป็น 4-5 วันหรือเป็นอาทิตย์ครับ ต้องการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เร็ว นอกจากต้องออกกำลังกายให้กลับมาฟิตเหมือนเดิมพอเหมาะแล้ว ต้องเสริมกล้ามเนื้อด้วยมิเช่นนั้นจะกล้ายเป็นแฟบ..ดูผอมไป สูตร shake ที่ใช้คือตักเวย์ประมาณ 30-40 g. ผสมกับนมพร่องมันเนยหรือนมถั่วเหลือง 1 กล่อง (220-250 ml) เนื่องจากไม่ชอบทานนมรสจืดเลยเลือกเวย์รสชอกโกแลตครับ โดยคร่าวๆก็คือ เวย์ 2-3 ช้อนโต๊ะ + นมถั่วเหลือง 1 กล่อง จากนั้นก็ออกกำลังกายแบบนี้ติดต่อกัน 3 วัน ชัวร์ครับ หุ่นกลับมาฟิตเหมือนเดิม!

2) สูตรปกติช่วงร่างกายฟื้นตัวแล้ว
หากเริ่มออกกำลังหนักมาแล้วสักพักและรู้สึกว่าฟิตเหมือนเดิมหรือว่าตัวบวมพอแล้วก็จะเบาๆเรื่องอาหารเสริมครับ ให้จำไว้ว่าทานเวย์หรือโปรตีนเยอะไปไม่ดีต่อไต (กรดยูริก) สูตรที่สองนี้จะใช้ช่วงที่ maintain ร่างกายให้คงขนาดพอเหมาะกับการออกกำลังกายของเรา โดยคร่าวๆก็คือ เวย์ 1-2 ช้อนโต๊ะ + โปรตีนสุขภาพ 1 ช้อนโต๊ะ + นมถั่วเหลือง 1 กล่อง ผมลดปริมาณเวย์และทดแทนด้วยโปรตีนของ Herbal Life ที่เป็นโปรตีนสุขภาพครับ นอกจากได้ปริมาณโปรตีนที่พอเหมาะกะช่วง maintain แล้วยังได้เรื่องสุขภาพอีกด้วย!

3) สูตรชิวๆช่วงออกกำลังกายน้อยแต่ไม่อยากตัวแฟบ
ก็คงมีบ้างหละครับที่เกิดอารมณ์ขี้เกียจ ล้า ออกกำลังไม่ครบเซ็ต ขี้โกงตัวเองบ้าง ไม่ซีเรียสครับ แต่ยังงัยก็ควรออกอย่างสม่ำเสมอ ปกติผมจะออกติดต่อกัน 2-3 วัน พัก 1 วัน แล้วออกใหม่อีก 2-3 วันครับ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพักผ่อนบ้าง กล้ามเนื้อจะได้ไม่ล้าจนเกินไป หากวันไหนออกน้อยก็จะไม่ทาน shake เยอะไปเพราะจะกลายเป็นพลังงานส่วนเกินได้..แต่ยังต้องทานนะ สูตรที่สามที่ใช้ในวันที่ออกกำลังกายไม่เยอะครับ เวย์ 1 ช้อนโต๊ะ + โปรตีนสุขภาพ 1 ช้อนโต๊ะ + นมถั่วเหลืองครึ่งกล่อง (หรือเปลี่ยนเป็นน้ำส้มธรรมดาก็ได้ครับ)

ว่าแล้วสูตรใครก็สูตรมันครับ บางคนอาจต้องการโปรตีนไปโด๊ปมากกว่านี้ก็ปรับปริมาณเวย์ได้เลยคับ! หากอยากลองซื้อมาทดลอง (แบบแบ่งขาย)..เชิญที่นี่สิคับ

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

ดื่มน้ำเป็นกันหรือเปล่า


คนไทยส่วนใหญ่ทำผิดมากที่สุดคือ เรื่องของการดื่มน้ำนี่แหละ
ลองทำแบบทดสอบกันสักนิดก่อนอ่านต่อดีไหม

1. คุณมีความเชื่อที่ว่าน้ำยิ่งดื่มเยอะยิ่งดีหรือไม่
2. คุณดื่มน้ำวันละกี่แก้ว

3. น้ำที่ดื่มเป็นน้ำเย็น, น้ำธรรมดา หรือว่าน้ำอุ่น
4. ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนเป็นพิเศษไหม เช่น ดื่มตอนเช้า ดื่มระหว่างทานข้าว
ดื่มก่อนนอน เป็นต้น

5. ปกติดื่มอะไร เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม ชา กาแฟ เป็นต้น

เราเฉลยกันไปทีละข้อๆพร้อมอธิบายละกันครับ พร้อมที่จะรู้ความผิดของตัวเองหรือยัง


ข้อหนึ่ง

นั้น เป็นความเชื่อที่ผิดครับ ทุกอย่างต่างมีคุณและมีโทษ ต้องหาจุดสมดุลของมัน
น้ำดื่มมากเกินไปกลับไม่ดีเสียอีก เดี๋ยวผมจะมีสูตรให้คำนวณว่าวันหนึ่งเพื่อนๆควรดื่มน้ำแค่ไหน

ข้อสอง

คิดว่าทุกคนคงเคยเรียนกันมาอยู่แล้วว่าคนเราวันหนึ่งควรทานน้ำวันละ 8-10 แก้ว
ว่าแต่ทำได้อย่างที่เรียนมาหรือเปล่า ผมจะอธิบายให้ฟังว่า น้ำในร่างกายของเรามีที่มาที่ไปอย่างไรก่อน น้ำที่เข้าสู่ร่างกายเรามาจากน้ำและอาหารที่ทานเข้าไปเป็นหลัก ส่วนน้ำจะออกจากร่างกายทางปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ และทางลมหายใจ แต่ป้สสาวะเป็นเส้นทางหลัก คนเราจำเป็นต้องปัสสาวะออกจากร่างกาย อย่างน้อย 500 มิลลิลิตรต่อวัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด นอกจากนี้ อีกสามทางที่เหลือโดยเฉลี่ยก็จำเป็นต้องใช้น้ำอีกราว 1000 มิลลิลิตร หรือ 1 ลิตร ต่อวัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คนเราจึงต้องดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่ออกจากร่างกายทุกวันราว1,500 มล. หรือ 7-8 แก้ว แก้วละ 200 มล. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเลขนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน
ผมเลยมีสูตรมาให้คิดกันคร่าวๆว่าวันหนึ่งเราต้องทานน้ำปริมาณเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
สูตรคือ
น้ำหนักตัว(กก.) x 2.2 x 30) / 2 หน่วยที่ได้ออกมาเป็นมิลลิลิตรครับ เช่น หนัก 60 กก. เอาเข้าแทนค่าก็จะได้ควรดื่มน้ำ (60 x 2.2 x 30) หาร 2 = 1980 มล. หรือประมาณ 10 แก้วต่อวัน ถ้าเราดื่มน้ำน้อยกว่านี้ เลือดซึ่ง 90% ทำมาจากน้ำก็จะเดินไม่สะดวก ร่างกายก็จะทั้งขับของเสียยาก ขณะเดียวกันสารอาหารในเลือดก็ส่งไปถึงร่างกายช้า ทางแพทย์จีนถ้าเกิดเลือดลมเดินไม่สะดวกนี่เป็นบ่อเกิดสารพัดโรคเลย บางคนบอกว่าประจำเดือนมาน้อยหรือไม่มา มาเป็นลิ่มเลือด สีเข้ม หนืด ปวดประจำเดือนก็แหงละครับ น้ำไม่กินจะเอาที่ไหนไปสร้างเลือดละ แต่ถ้าทานน้ำมากกว่านี้ก็เป็นผลเสียต่อร่างกายอีกเหมือนกัน ทำอะไรก็ต้องพอดีๆ

ข้อสาม

อย่างที่เคยบอกไปตั้งแต่อาการขี้หนาวนะครับว่าน้ำเย็นเป็นของต้องห้ามสำหรับร่างกาย กระเพาะเมื่อเจอของเย็นเข้าไปการทำงานจะด้อยลงทันที เกิดเป็นอาหารไม่ย่อย อาหารบูดเน่า หมักหมมอยู่ในกระเพาะและลำไส้
ลำไส้ก็ดูดซึมของเสียจากกากอาหารพวกนี้กลับเข้าสู่เส้นเลือดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะถ่ายอุจจาระออกจากร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะทานของเย็นๆครับ ทานน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นก็ได้
แต่ก่อนผมไม่รู้จุดนี้ก็ทานกันไป โดยเฉพาะไทยเป็นเมืองร้อน ทุกที่ต้องเสริฟน้ำเย็น เสริฟน้ำแข็งกันเป็นกระติก ๆ กินกันจนเป็นเรื่องธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็เฉย ๆ แต่พอตอนนี้ เห็นแล้วกลัวไปเลย ที่บ้านตอนนี้ไม่ทานน้ำแข็งกันแล้ว

ข้อสี่

ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนกัน ที่บอกให้ดื่มวันละ 8-10 แก้ว
เนี่ยจะแบ่งกินช่วงไหนระหว่างวันบ้างละ ไหนใครที่ชอบทานข้าวไปจิบน้ำไปบ้างประมาณว่ากินข้าวเสร็จ หมดน้ำไปสองแก้ว ยกมือขึ้น ข้อนี้ผมจัดเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวงที่สุดเลย เป็นการกินน้ำที่ผิดที่สุด

คนเรามักทำอะไรเพลินเสียจนลืมทานน้ำ พอถึงเวลาว่างซึ่งมักจะเป็นเวลาทานข้าว
เขาบอกว่าให้ทานน้ำเยอะก็ทานรวดเดียวไปเลย ผิด ผิด ผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลย เพราะช่วงเวลาที่ทานข้าวนั้นร่างกายจำเป็นต้องอาศัยน้ำย่อยในการย่อยอาหาร เมื่อคุณกินน้ำเข้าไปเยอะๆแล้ว น้ำย่อยก็จะเจือจาง ก็เข้าสู่ระบบเดียวกับการกินของเย็น คืออาหารไม่ย่อยหมักหมม พิษถูกดูดเข้าเส้นเลือด เพราะฉะนั้นที่คุณควรทำคือ ตอนเช้าตื่นมาดื่มน้ำก่อนเลย 2-5 แก้ว เพื่อเป็นการขับพิษออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะที่ให้ดื่มทันทีเพื่อให้มีระยะเวลาห่างจากอาหารเช้าพอสมควรก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างทานอาหารและหลังอาหาร 40 นาที ทานน้ำได้ไม่เกินครึ่งแก้ว ในที่นี้หมายรวมถึงซุป น้ำแกง และของเหลวทุกประเภทนะ และอย่าดื่มน้ำครั้งละมากๆ ให้จิบครั้งละ 2-3 อึก แต่จิบถี่ๆ หาขวดน้ำแก้วน้ำมาวางไว้ข้างตัว จิบไปทั้งวันครับ

ถ้ากินน้ำครั้งละมาก ๆ ผลก็คือ ร่างกายยังไม่ทันได้ดูดซึม
ก็ไหลรวดเดียวปัสสาวะออกไปหมดแล้ว อย่างนี้ดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ยังหิวน้ำครับ เหมือนน้ำป่ามาครั้งเดียวทะลักล้นเขื่อนออกไปหมดแล้วจะเอาอะไรกักเก็บไว้ในเขื่อนละ เหมือนทำยาก แต่จริง ๆ แล้วพอเริ่มทำมันก็ไม่ยากอะไร ผมแต่ก่อนทานน้ำ 2-3 แก้วพร้อมทานข้าว ด้วยเหตุผลสารพัดที่เข้าใจผิด เช่น ควรกินข้าวพออิ่มและทานน้ำเพื่อให้อิ่มจริง หรือกินล้างปากสักหน่อย (กินกันเป็นแก้ว ล้างปากเนี่ยนะ) หรือต้องสั่งชอคโกแลตปั่นใส่วิปครีมมากิน กินแล้วหวานมันเย็นอร่อยแต่ส่งผลเสียต่อกระเพาะโดยไม่รู้ตัว เบียร์ก็อีกตัวครับ สังสรรค์กันทีกินเข้าไปสิกี่ขวดว่ากันไป ทุกวันนี้เลิกครับได้ข้อดีอีกอย่างคือไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะมันควรกินแกล้มอาหารเลยได้เลิกเหล้าเลิกเบียร์กันไปแต่ก่อนหลังทานข้าวเสร็จผมจะเรอตลอด ท้องอืดมาก ก็งง หรือว่าเรากินเยอะไป แต่บางทีกินไม่เยอะก็เรอตลอด เสียบุคลิกมาก พอมารู้ตรงนี้ถึงได้ถึงบางอ้อ กินน้ำเยอะอย่างนี้แล้วอาหารจะย่อยยังไงมันก็เลยเกิดลมเกิดแก๊สซิ พอเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำใหม่ อาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้หลังอาหารยังไม่ควรทานผลไม้ล้างปากทันทีอีกด้วย ครับ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นทั้งหลายเช่น ส้ม แก้วมังกร สาลี่ แตงโม เป็นต้น
มีสองเหตุผล
เหตุผลที่หนึ่ง
เพราะว่าผลไม้จะย่อยเร็วกว่าอาหาร อาหารยังย่อยไม่เสร็จ ผลไม้ก็ค้างเติ่งอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ดูดซึมสารอาหารจากผลไม้เหล่านี้ไม่ได้ พอไปถึงลำไส้ถึงคิวที่มันจะได้ดูดซึมมันก็เน่าเสียไปหมดแล้ว
เพราะฉะนั้นถ้าจะทานผลไม้ควรทานก่อนหรือหลังอาหารสัก 1-2 ชม. ขณะท้องว่างเพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมวิตามิน
สารอาหารและไม่รบกวนระบบการย่อยอาหารด้วย

เหตุผลที่สอง

คือ น้ำย่อยในกระเพาะถือว่าเป็นธาตุไฟ ถ้าทานผลไม้ฤทธิ์เย็นเข้าไป
ก็จะส่งผลให้อาหารย่อยไม่ดี เกิดวงจรอุบาทว์ดังเช่นข้างบนอีกเหมือนกัน

มาถึงข้อสุดท้ายแล้ว
เป็นไงบ้างครับ คอตกรับผิดกันเป็นแถวเชียว ยังครับมารับรู้ความผิดของตัวเองกันในข้อนี้ต่อทานน้ำอะไรกันครับ บางคนชอบทานน้ำอัดลมมาก ดื่มทุกวัน ไตก็ต้องทำงานกรองน้ำให้สะอาดหนักกว่าเดิม
เครื่องกรองน้ำยี่ห้อแอมเวย์สามารถกรองโค้กให้กลายเป็นน้ำเปล่าได้ แต่อายุการใช้งานไม่ถึงปีก็ต้องเปลี่ยนหัวกรอง
ทว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนไตได้ ถ้ายังอยากให้ไตอยู่คู่กับเรานานๆแล้ว
คุณคงรู้ว่าต้องทำอย่างไร อีกอย่างน้ำอัดลมน้ำเป็นน้ำที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมี ใส่น้ำตาลจำนวนมาก กินเข้าไปมีแต่ผลเสีย ยิ่งอัดแก๊สอีก กินเข็าไปท็องก็อืด การย่อยอาหารก็ไม่ดี เสียเงินไปทำร้ายร่างกายตัวเองเปล่าๆ

พวกชาพร้อมดื่มบรรจุขวดก็เหมือนกันไม่มีอะไรนอกจากน้ำตาลและคาเฟอีนปริมาณมากผสมน้ำนำมาขายแต่ถ้าเป็นชาจีนร้อนๆชงจากกาก็ควรจะเว้น
ระยะหลังอาหารสักครึ่ง ชม. เพราะชามีฤทธิ์เย็น ทำให้อาหารไม่ย่อย รวมทั้งยังส่งผลต่อร่างกายในการดูดซึมธาตุเหล็กและโปรตีนอีกด้วย กาแฟก็ไม่ควรทานอย่างที่เคยพูดไว้ บางคนเถียงข้างๆคูๆ

"กาแฟหอมนะหมอ" หอม..ไม่เถียง แต่มันไม่ดี เดี๋ยวไอเดียบรรเจิดไม่เป็น หมอแล้ว ผลิตยาดมรสกาแฟดีกว่า ท่าจะรุ่งครบห้าข้อแล้ว โอย เหนื่อย เอนทรี่นี้ยาวเป็นบ้า แต่ก็จำเป็นต้องเขียน เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน 555 ว่าไปนั่น ที่เขียนมาให้อ่านนี้เพราะหวังดีจริงๆ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเพื่อจะได้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บ
อย่างที่บอก หมอไม่อยากรักษาคนไข้หรอก และหมอที่ดีที่สุดคือตัวคนไข้เอง เพราะพวกผมไม่มีทางอยู่กับคุณได้ตลอด ความสำเร็จไม่ใช่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนานสุขภาพที่ดีไม่ใช่ว่าป่วยแล้วไปหาหมอ ได้ยามาทานแล้วหาย แต่เป็นหน้าที่ของตัวคุณเองที่ต้องดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

ขอให้พวกเราชนะโดยไม่จำเป็นต้องออกกระบวนท่าครับ....

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ออกกำลังกายเวลาไหนดี?

ใครว่าออกกำลังกายช่วงไหนของวันไม่สำคัญ ลองมาดูจุดประสงค์และความข้องเกี่ยวกับช่วงวันกันครับ

1. ออกกำลังเพื่อลดน้ำหนัก

ถ้าออกกำลังเพื่อ พิฆาตความอ้วน เวลาเช้าๆ นี่ล่ะเหมาะที่สุด เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายจะนำคาร์โบไฮเดรต จากอาหารมื้อเย็นของเมื่อวานมาใช้เป็นพลังงาน จึงสลายไขมันและเผาผลาญแคลอรีได้ดีกว่าการออกกำลังกายในตอนเย็นเยอะ

2. ออกกำลังเพื่อฟิตกล้ามเนื้อ

สงสัยหนุ่มๆ คงชอบทำข้อนี้มากกว่าสาวๆ เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการฟิตกล้ามคือเวลาในช่วงบ่ายเพราะมี ผลการวิจัยบอกว่า กล้ามเนื้อของเราจะพร้อมและใช้งานได้ดีที่สุดตั้งแต่เวลาเที่ยงเป็นต้นไป ส่วนช่วงเช้า กล้ามเนื้อจะยังตื่นตัวไม่เต็มที่นัก

3. ออกกำลังเพื่อผ่อนคลาย

ถ้าอยากออกแรงเพื่อสลายความเครียด ขอแนะนำให้ไปอัพแอนด์ดาวน์เอาตอนบ่ายๆ หรือจะเย็นไปเลยก็ได้ เพราะการออกกำลังกายช่วงนี้จะทำให้หลับสบายในตอน กลางคืน แต่ถ้าไปออกแรงหนักๆ อย่างนี้ในตอนเช้า เดี๋ยวไปง่วงนอนตอนบ่ายแล้วเจ้านายค้อนเอาไม่รู้ด้วย

4. ออกกำลังเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์

ก็เป็นเวลาเช้าอยู่แล้ว เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าเวลานี้เป็นช่วงที่อากาศแจ่มใสที่สุดของวัน การออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้สมองและร่างกายทุกส่วนรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก
Source: Sarinclinic.com

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

No Milk, No Acne

งดนม...สิวก็หาย!

สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน แม้หากเราฟิตหุ่นซะเทห์แต่หน้าแย่เป็นสิงเขรอะก็ทำให้เสียความมั่นใจได้ในระดับนึง ส่วนตัวก็พยายามหาวิธีลดสิวบนหน้า อยากหน้าใสหนิ หมอก็หาเรื่อยๆ ยาก็ทานตอนสิว attack ก็ยังไม่เจอวิธีไหนที่ช่วยแบบ long-term

จนมาศึกษาว่านมเป็นตัวการหลักของเจ้าปัญหาเพราะในนมมี hormones แม่วัวที่กระตุ้นสิวได้ เลยลองงดนม (หักดิบ) มาได้เดือนกว่า เห็นผลครับ สิวขึ้นน้อยมากๆอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนมาดื่มนมถั่วเหลืองผสมกับ whey หลังออกกำลังกาย รู้งี้เลี่ยงนมมาตั้งนานหละคับ อ๋อส่วนพวก bakery ก็อย่าทานเยอะนะครับ...

มีใครอยากลองเอาสูตรนี้ไปลองดูไม่สงวน ได้ผลงัยก็บอกกล่าวด้วยนะครับ

search หาใน google สิครับ มีข้อมูลเยอะเกี่ยวกับเรื่องนมวัวกะการเกิดสิว
การดื่มนมกับเรื่องสิว , รู้ไว้ใช่ว่า: การดื่มนม เป็นสาเหตุหนึ่ง ทำให้เกิดสิว
Acne and Milk , Milk may contribute to Acne , The Acne and Milk Connection


วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

Fast Abs Training

Fast Abs Crunch!!!!!!!

หันกลับมาดูสูตรเหล่าซิกแพ็กหน้าท้องกันดีก่า สูตรนี้เค้าว่าดีจึงเอามาบอกต่อ แค่วันละ 20 นาทีเอง ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะหล่อเหลาได้ทั้งยามแต่งตัวและถอดเสื้อ ซิก แพ็ก นั้นไม่ใช่ของฟรีๆ นะครับ ต้องแลกด้วย หยาดเหงื่อ เลือดสูบฉีด และบางทีต้องโหลดกันจนน้ำตาไหลก็มี คนที่มีซิกแพ็กได้ สมควรแล้วครับที่จะต้องภูมิใจและกล้าถอด ถอด ถอด โชว์ชาวเก้งทั้งประเทศให้เกิดแรงบันดาลใจ หันกลับมาซิกแพ็กตาม ซึ่งของแถมจากซิกแพ็กก็คือ อายุยืนขึ้นอีกหลายๆ ซิกเลยครับ

เห็นหลายคนที่ใช้เวลากับการฟิตหน้าท้องอย่างหน้ามืด ตามัว แต่ผลที่ได้นะหรือ สองแพ็กขอรับ (คิ คิ) วันนี้เรามาลงดีเทลกันดีกว่าครับ ขออนุญาตมาดูกติกาของการเล่นซิกแพ็กกันก่อนนะ เคล็ดลับในการ crunch หรือเกร็งหน้าท้องให้ได้ผลมีดังนี้

1. ระหว่าง crunch ต้องกำหนดการหายใจเข้าออกให้ช้าๆ นะครับ อันนี้เน้นเลยนะครับ บางคนเล่นกันเป็นร้อยที ไม่เวิร์ค เพราะอึ๊ด อึ๊ด กับแบบปิ๊ดปี๊ปิ๊ดครับ ต้องช้าๆ นะครับ ขึ้นนับ 1-2 ลงนับ 3-4-5 ยิ่งช้ายิ่งโดนซิกแพ็ก

2. ไม่ ต้องทำเท่ห์หรือบ้าเล่นหนักจนเกินไป แต่ให้รู้จักว่าร่างกายตัวเองแข็งแรงระดับไหน ควรเล่นระดับไหน แล้วค่อยๆ ปรับไปดีกว่า จริงๆ แล้วซิกแพ็กนั้นเล่นไม่ต้องมากหรอกครับ ฝึกประมาณ 30 ส่วน 70 คือ การเลือกอาหารครับ

3. ต้องกะให้ช่วงที่เกร็งหน้าท้อง เป็นจังหวะหายใจออกนะครับ ถ้าต้องการเล่นนิด แต่เวิร์คมากๆ ง่ายๆ ก็คือเกร็งก็เป่าลมออกเท่านั้นครับ

4. ต้องเลือกว่าจะซิกแพ็กหรือจะเอา น้ำหนักขึ้นซิกกิโลนะครับ ขอบอกว่าเล่นตามสูตรที่ว่าเด็ดแค่ไหน แต่ถ้ายังกินอาหารห่วยๆ อยู่ ก็ไลฟ์บอยขอรับ เหมือนเกาพุงมากกว่า

5. พัก ให้น้อยสุด สูตรนี้เป็น concept จากอาร์โนลตอนเล่นเทอร์มิเนเตอร์ และก็เป็นที่นิยมกันมาเรื่อย ๆ ครับ ยิ่งเราพักน้อย ก็จะโหลดกล้ามเนื้อได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มน้ำหนัก หรือเสี่ยงกับการบาดเจ็บจากการเล่นหนัก ๆ นะครับ

6. คาร์ดิโอ ยังมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่มากๆ คือ ตราบใดที่เรายังเล่น crunch ไม่มากพอ อย่าหวังจะมีซิกแพ็กเลยครับ ต่อให้คาร์ดิโอกันตะบันตับแล๊บ ก็ได้แค่หน้าท้องยุบลง แต่ไม่มีวันสัมผัสซิกแพ็กของตัวเองแน่นอนครับ

7. ซิก แพ็กแบบชัดๆ หนาๆ แน่นๆ ต้องยิ่งตั้งใจมากๆ ครับ ต้องตั้งใจคุมกล้ามเนื้อให้มากสุด ไม่เอานะ เล่นไปดูทีวีไป หรือ crunch ไป ก็คุยกันไป ไม่อาว ไม่อาว ไม่เวิร์ค เพราะกล้ามเนื้อจะทำงานไม่เต็มที่

8. สุด ท้าย ท่า crunch ส่วนใหญ่ ต้องยกแขนเล่น ดังนั้นถ้าเล่นที่ยิม ก่อนลุยควรเช็ครักแร้สักนิดเนาะ ว่ามีกลิ่นน่าอภิรมย์แค่ไหน

ท่าแรก Crunch with Leg Raised/Crossed


ท่าสอง Oblique Crunch with Legs Crossed


ท่าสาม Hanging Lower Ab Crunch


ท่าสี่ Hanging Oblique Crunch


ท่าห้า Pulley Ab Crunch


โปรแกรมเล่นมีดังนี้ขอรับ
Rest-Pause Ab Burner
ท่าเล่น - Sets - Reps
Crunch with leg raised/crossed - ฝึก 1 เซ็ต - 15ครั้ง(พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Crunch with leg raised/crossed - ฝึก 1 เซ็ต - 14ครั้ง(พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Crunch with leg raised/crossed - ฝึก 1 เซ็ต - 13ครั้ง(พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Crunch with leg raised/crossed - ฝึก 1 เซ็ต - 12ครั้ง(พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)

Oblique crunch with legs crossed - ฝึก 3 เซ็ต - 10-15 ครั้ง (พัก 45-60 วิ)
Hanging lower ab crunch - ฝึก 3 เซ็ต - 10-15 ครั้ง (พัก 45-60 วิ)
Hanging oblique crunch - ฝึก 3 เซ็ต - 10-15 ครั้ง (พัก 45-60 วิ)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 20 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 19 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 18 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 17 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 16 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 15 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 14 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 13 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 12 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 11 ครั้ง (พักระหว่างเซ็ต 15 วินาที)
Pulley Ab Crunch - ฝึก 1 เซ็ต - 10 ครั้ง จบ
v
v
v
วิธีเล่นก็อย่างนี้นะครับ
วันจันทร์ เล่นสูตรรีดหน้าท้องก่อน แล้วคาร์ดิโดหรือเล่นเวท หรือควบได้ตามแรง
วันอังคาร เล่นคาร์ดิโอ หรือ เวทอย่างเดียว ตามใจ
วันพุธ เล่นสูตรรีดหน้าท้องก่อน แล้วเวทหรือคาร์ดิโอ หรือควบก็ได้
วันพฤหัส เล่นคาร์ดิโอ หรือเวท
วันศุกร์ สูตรรีดหน้าท้อง แล้วเวทหรือคาร์ดิโอ หรือควบก็ได้
เสาร์- อาทิตย์ ประเมินผลการฝึกหรือพักนั่นเอง สัปดาห์ต่อไปต้องเล่นโหลดเข้าไปอีก

อ๊ะ อ๊ะ ขอบอกว่า หลังเล่นหน้าท้อง ควรมีอาการล้าๆ ที่หน้าท้องหลังเล่นวันแรกด้วยนะครับ ถ้าไม่มีอาการเลยอาจจะเล่นเบาไป หรือไม่ได้เกร็งหน้าท้องเพียงพอครับ ไม่เวิร์คนะครับ

ถ้ายังไม่โหลดพอ ก็กอดเวทไว้ที่หน้าอก เวลารีดหน้าท้องเพื่อสะใจได้ครับ

แต่ถ้ามีซิกแพ็กอยู่แล้ว แต่ช่วงท้องหนาใหญ่ ดูไกลๆ เหมือนแหนมป้าย่น แสดงว่ายังปรับอาหารไม่ถูกต้องนะครับ ต้องมาเข้าคอร์สปรับอาหาร++
By: Ex_guru

Six-pack Recipe

Topic ที่มีถามกันทุกทีไปก็คือไอ้หกก้อนบนหน้าท้องทั้งสิ้น มันเป็น sex appeal สำหรับผู้ชายที่มองตัวเอง ตัวป๋าเองมักพยายามเปลี่ยนเรื่อง แล้วรีบเขม่วพุงทันที

แผนกำจัดไขมันหน้าท้อง กรีด 6 แพ็คหน้าท้อง ให้คมดั่งใจ

คุม อาหาร ลดน้ำหนัก ฟิตหน้าท้องมานานนับเดือน หน้าท้องก็ดูแข็งขึ้นแล้ว รอบเอวก็ลดแล้ว แต่ไขมันหน้าท้องก็ยังปิดบัง 6 แพ็คสะมิดชิด เวลาเกร็งก็คลำได้นะ แต่อยากให้ดูชัดบาดใจคนใกล้ ๆ เขาทำกันอย่างไรรู้มั้ยครับ

ไขมันที่พุงนั้น มีสองอย่าง ไขมันที่อยู่ในช่องท้อง กับไขมันใต้ผิวที่อยู่ตื้นกว่ากล้ามเนื้อ ครับ ไขมันในช่องท้องส่วนใหญ่ลดได้ด้วยการคุมอาหาร โดยเฉพาะคาร์บเป็นหลักกับปรับสมดุลฮอร์โมน ดังนั้นบางคนบ่นว่าเล่นเท่าไรท้องก็ไม่ยุบ ปรากฎกว่าเล่นหนักมากแต่ไม่คุมอาหารเลย ก็ล้มเหลวครับ

แต่ที่ถามมากที่สุดคือรอบเอวก็พอใจแล้วนะ จับดูก็แข็งแล้วนะ แต่ไม่มี 6 แพ็คดั่งใจ อันนี้รับรองว่าไขมันใต้ผิวเกินแน่นอนขอรับ แล้วไอ้ที่ไปวัดมวลไขมันมาก็ไม่สามารถแปลผลได้ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้วัดไขมันที่พุงด้วย ปัญหานี้เล่นเท่าไรก็ไม่ขึ้น บางทีก็ต้องมีสูตรลับมาเสริมบ้าง

มาปรับท่า เล่นกันก่อนดีกว่า โปรแกรมเน้น 6 แพ็ค ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยการทดลองวัดคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อหน้าท้อง สรุปว่าท่าต่อไปนี้โหลดหน้าท้องสุด ๆ ครับ

- Roman chair leg raise อันนี้เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครั้งครับ / จับที่จับกับวางแขนบนที่พักแขนทั้งสองข้าง บาลานซ์หลังไว้กับที่พิงด้านหลังให้ดี ค่อย ๆ ยกขา เหยียดขาเกือบตึงตลอด พร้อมจังหวะหายใจ

- Hanging leg raises เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครับ / มือจับ pull bar สองข้าง ห้อยตัวลอยแล้วยกขาทั้งสองข้าง เข่าตึงที่สู้ดนะครับ

- Bicycle Maneuver เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 20 ครับ / นอนหงาย เอามือทั้งสองข้างประคองคอไว้ด้านหลัง แล้วงอเข่าจนชิดอกให้ได้ 45 องศา ที่ละข้างทำเหมือนถีบจักรยานลอยฟ้า

- Vertical crunch เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครับ / นอนหงายอีกแล้ว แล้วเยียดขา เข่าชิดยกขาชี้ฟ้า มือสองข้างประคองคอแล้วเกร็งหน้าท้อง

- Reverse Crunch (on a bench) เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครับ / เอาม้านั่งเอียง 30-45 องศา นอนลงให้ศีรษะชันขึ้น มือสองข้างจับกับ handle เหนือศีรษะ ยกเข่าชิดกันเข้าหาอกงอเข่าได้ แล้วค่อย ๆ เหยียดออกไปครับ

- Exercise ball crunch เล่น 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครับ / เอาลูกบอลใหญ่ นอนหงายทาบหลังไปกับลูกบอล มือสองข้างประคองคอด้านหลัง ขาวางที่พื้นแยกกัน หรือชิดกันทำสลับกัน แล้วเกรงตัวขึ้น 45 องศา

- Side Bridges เล่นค้างไว้ 2 เซ็ต เซ็ตละ 30 วินาที แต่ละข้าง / ตะแคงข้างบนพื้นราบ ศอกยันพื้นไว้แล้วยกตัวลอยค้างไว้ อ้อเท้าก็เหยียดตรง ให้สัมผัสพื้นเฉพาะแขนศอก กับเท้าเท่านั้นนะครับ

ท่าเหล่านี้ ถ้ามีเครื่อง ก็เล่นมันทุกท่าเลยครับ ถ้าไม่มีไม่เป็นไร เล่นเท่าที่มีแต่เพิ่ม เซ็ตเอา ท่าเหล่านี้แหละที่จะกระทุ้ง 6 แพ็คของหลานให้ลอยออกมาได้ทันใจนัก

ทั้งหมดนี้เล่นกับเวท สะโพกต้นขาหนัก ๆ สลับกับ ช่วงอก เพราะการเผาไขมันใต้ผิวทิ้งเร็ว ๆ ต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ๆ จะเร็วกว่ามานั่งเล่นกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ให้เสียเวลา กะให้โปรแกรมเล่น 60-90 นาที ไม่ต้องทำร้ายร่างกายโดยการเล่นหนักมาก แต่ให้ลดระยะเวลาที่พักแต่ละเซ็ตให้น้อยลงครับ แบบนี้โหลดหนักกว่าเพิ่มน้ำหนักได้

อาหารในระหว่างโปรแกรม เน้นผักเยอะ ๆ ผลไม้ได้บ้าง แต่ที่หวาน ๆ ไม่เอานะ เน้นกินสด ผักต้มบางอย่างกระตุ้นคาร์บได้นะครับ ธัญพืชก็น่าสนใจแต่ระวังน้ำตาลแอบแฝงที่เขาชอบปรุงรสให้มา กินกับโปรตีน เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไก่ไม่ติดหนัง เนื้อปลาได้ อนุญาตให้กินหวานคาร์บได้บ้างเฉพาะก่อนออกกำลัง 1 ชม.เท่านั้น
งดเครื่องดื่มรสหวาน น้ำหวาน อัดลม น้ำตาล ขนมหวาน เบเกอรี่ ไขมันเทียม อาหารจานด่วน แฮมเบอร์เกอร์
คุมแคลอรี่ไม่ให้เกิน 2,000 ต่อวัน

สำหรับ คนอายุเกิน 30 ขึ้นไป เผลอไม่ได้ครับ พุงจะมาทันที แม้คนที่เล่นประจำ หกแพ็กก็ค่อย ๆ เลือนครับ กลุ่มนักฟิตกันนั้น เขาเชื่อว่าถ้าร่างกายเรามีเอสโตรเจนมากไป จะทำให้ไขมันใต้ผิวหนังมันสะสม หกแพ็กจะไม่ชัด ดังนี้นก็จะมีการปรับฮอร์โมนกันเล็กน้อย โดยจะกินยาต้านฮอร์โมนเพศหญิง เช่น clomid เป็นต้น กินสั้น ๆ เพื่อลดไขมันสะสมใต้ผิว กล้ามจะคมขึ้นครับ ส่วนใหญ่จะเห็นผลได้ต้องตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมนในตัวก่อน ถ้าผิดปกติแล้วให้ยาแก้จะเห็นผลได้เร็ว และไม่มีผลข้างเคียงครับ
By: Ex_guru

Big Muscle Real Fast

เห็นน้อง ๆที่เล่นยิมกันแต่ละคนกล้ามสวย ซิกแพ็กได้รูปกัน แต่สำหรับคนวัยทำงาน ที่มีอะไรเครียด ๆ แล้ว การจะกลับไปอยู่ในรูปร่างแบบนั้น ทำไมถึงได้ยากเย็นเข็ญใจ เล่นมากไปก็หนาล่ำเป็นกระทิง เล่นน้อยไปก็มีแต่ไขมันยื่นย้วย หาความพอดีมิได้ครับ เพิ่มน้ำหนักก็ยากเย็น ลดน้ำหนักก็เข็ญใจ เล่นตามสูตรทั้งท่านพี่ ทั้งนิตยสาร ก็งั้น ๆ

จะ บอกว่า ถ้ามันทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้น ป่านนี้ทั้งกรุงเทพ ก็มีแต่ผู้ชายหุ่นดี ๆ เดินกันหัวซอย ท้ายซอยหมดนะสิครับท่าน ของมันท้าทายครับ คนที่ทำได้เค้าถึงโชว์อย่างภูมิอกภูมิใจ เพราะไม่ใช่ทุกคนทำได้แบบเค้าไงครับ คราวนี้มาแนะหลักการแพ็คกล้ามเนื้อให้แข็งแน่น คม ชัด ลึก และทำสำคัญใหญ่แบบเป็นเรื่องเป็นราว งานนี้ก่อนที่เราจะเริ่มลุย มาทำความเข้าใจกันก่อนครับ

มา เปิดอกคุยกันเรื่องกล้ามเนื้อกันดีกว่า หากจะเพิ่มกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ต้องบังคับร่างกายให้เพิ่มกล้ามเนื้อครับ การตามใจร่างกายคือ หนทางของความล้มเหลว เล่นพอเหนื่อย พอปวด พอหมดแรงก็พอ เล่นยังไงรูปร่างไม่เปลี่ยนนะครับ ได้แค่เหมือนเดิมครับ จำไว้นะครับ คุณต้องบังคับร่างกายให้เพิ่มกล้ามเนื้อ ดังนั้นการฝึกก็ต้องโหดกว่าระดับแค่พอดีเหนื่อย โดยต้องให้ล้ากันเลยในส่วนที่ต้องการสปีด จำไว้นะครับ กล้ามเนื้อเราต้องการเหตุผลในการโต หากเล่นแค่พอดี เค้าก็ไม่รู้จะโตไปทำไมครับ แต่ถ้าเล่นหนัก ๆ เล่นแล้วเค้าปวดเจ็บ กล้ามเนื้อเครียดจัด เค้าจะต้องปรับตัวให้ไม่ปวดในครั้งต่อไป โดยการเพิ่มขนาดตัวเองครับ

คุณต้องเข้าใจว่า อะไรที่จะมาสะกิดกล้ามเนื้อให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เรียกว่าตัวกระตุ้นกล้าม มีหลายตัวนะครับ ซึ่งจะบอกต่อไป กะต้องเล่นให้กล้ามเครียดครับ วิธีเพิ่มกล้ามมีหลากหลาย ยกมาดังนี้ครับ

- เพิ่มน้ำหนัก แรงต้าน โหลด ต่อกล้ามเนื้อนั้น ๆ
- เล่นจำนวนครั้งให้มากขึ้นอีก
- เล่นจำนวนเซ็ตให้มากขึ้นอีก
- เคลื่อนไหวช้าลง ช้าลง โหลดกล้ามมากขึ้น
- พักกล้ามน้อยลง สั้นลง สั้นลง
- Pre-exhaust วิธีนี้ เราจะเล่นกล้ามเนื้อเดี่ยวก่อน จนกล้ามเริ่มล้า แล้วค่อยไปเล่นเป็นชุดตามปกติ
- การเพิ่มจังหวะค้าง ในช่วงที่กล้ามเนื้อโหลดมากสุด
- Partial reps คือการเล่นเฉพาะส่วนยากของท่านั้น ๆ เช่น เวลาดันน้ำหนัก รู้สึกยากตอนดันเกือบสุด ก้อเล่นเฉพาะจังหวะนั้นเท่านั้นครับ
- Strip-set วิธีนี้เล่นเป็นเซ็ตต่อเนื่อง 3 เซ็ต น้ำหนักมากสุด พัก แล้วเล่นใหม่โดยลดน้ำหนักลงพอให้เล่นต่อไปได้ในลักษณะเดิม
- One-half reps วิธีนี้เล่นท่าตามปกติครั้งแรก แต่พอครั้งที่สองเคลื่อนน้ำหนักแค่ครึ่งเดียว แล้วกลับมาเล่นเต็มพิสัยใหม่

เทคนิค เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ทำเองได้ง่าย ๆ นะครับ เทคนิคที่เร็วกว่า ไวกว่านี้ มีอีกแต่มีความยากมาก หลักสำคัญอีกอย่าง ก็คือ หลักการโหลดทุกวิธี จะต้องมีการปรับเพิ่มให้โหลดมากขึ้น เพื่อจะเครียดกล้ามได้ตลอด ต่อเนื่องจนกว่าเราจะพอใจกับการเปลี่ยนแปลงครับ

ทีนี้ เรามาดูว่า เป้าในการเล่นของเรา ก็เป็นตัวกำหนดการเล่นด้วยเหมือนกัน ไม่ต้องไปดู หรือลอกคนอื่น หลักการนั้นคือให้เล็งเป้าหมาย

ถ้าเน้นลีน เล่นเพื่อให้กล้ามแน่น แข็ง คม กระชับ
- ต้องโฟกัสไปที่การเพิ่มจำนวน reps ครับ พยายามลดการพักมากที่สุด และปรับเปลี่ยนความถี่ในการเล่นให้ขึ้นลงอยู่เสมอ ไม่จำเจซ้ำซากนะครับ
- เล่นกล้ามเนื้อละ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
- เล่นจำนวนเซ็ตลดลง แต่ให้มีท่าหลากหลายมากขึ้น (ท่าละ 1-2 เซตพอ วิธีนี้จะทำให้กล้ามเนื้อโตสมส่วน)

ถ้าต้องการเล่นให้เพิ่มประสิทธิภาพกล้ามเนื้อ เล่นกีฬาได้ดี ทนมากขึ้น
- ต้องโฟกัสที่น้ำหนักโหลดที่มากขึ้นที่สุด
- เล่นกล้ามเนื้อแต่ละกลุ่ม ซ้ำได้ทุก 7-10 วัน
- เล่นให้หลายเซตมากยิ่งขึ้น ในการเล่นแต่ละครั้ง ( 2-5 เซตต่อการเล่นหนึ่งครั้ง )

ถ้าต้องการเล่นให้กล้ามใหญ่ขึ้นเท่านั้น
- เน้นที่การช๊อคกล้ามเนื้อ โดย การปรับเพิ่มลดความถี่ จำนวน น้ำหนัก อย่าให้คงที่
- เล่นกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย ส่วนใหญ่ก็เล่น 3 ครั้งต่อสัปดาห์
- กล้ามเนื้อส่วนหนึ่ง เล่นหลาย ๆ เซตหนึ่งครั้ง ต่อด้วยเล่นเซตเดียวในครั้งต่อไป สลับไปมา

จำไว้ว่า หลัก การที่ให้ เป็นหลักการคร่าว ๆ แน่นอนว่าแต่ละคนอาจต้องมีการปรับให้แตกต่าง ตามความเหมาะสมของร่างกายเราบ้าง สำหรับหลาน ๆ ที่เล่นกันมาเชี่ยวจนไม่เชื่อว่าการเล่นแค่หนึ่งครั้งใน 10 วัน อาจไม่สามารถโหลดกล้ามเราได้แล้ว อยากให้ทดลองทำดูก่อนที่จะส่ายหน้า ขอสั้น ๆ 2-4 สัปดาห์นะครับ จริง ๆ ครับ ทุกการพัฒนารูปร่างที่ดีขึ้น เกิดการจากการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมการเล่นและกินทั้งสิ้น
By: Ex_guru

เล่นแค่ไหน ได้ผลไวสุดๆ

ยก เบาไป ก็ไม่ได้เรื่อง กล้ามก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง รูปร่างเหมือนเดิมไม่มีผิด แล้วจะยกเท่าไหร่ ยิ่งหนักยิ่งดีหรือ ผิดอีกอะครับ ยิ่งหนักก็ยิ่งเสี่ยงต่อการพิการนะสิครับ

1. เคย เล่นมาแล้วแค่ไหน ถ้าเพิ่งเล่น เล่นมาเป็นเดือน เล่นไม่สม่ำเสมอ ถือว่าเป็น beginner หมดครับ จะถือว่าเป็นระดับโปรจะต้องเล่นสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ 1 ปีครับ เน้นว่าต้องสม่ำเสมอนะครับ ไอ้ที่เล่นก่อนจะมีปาร์ตี้เฉพาะกิจ ไม่นับนะครับ

2. สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำหลักการเลือกน้ำหนักที่เหมาะสมนะครับ เวลาจะเล่นท่าไหน ให้ทดลองยกน้ำหนักดูว่าเราสามารถยกน้ำหนักสูงสุดจนครบ 1 ครั้ง ในท่านั้นอะครับ ย้ำว่าจนสุดด้วยนะครับ ต้องยกได้แค่ 100% ของพิสัยเต็มนะครับ คือ สุดองศาของข้อนั้น ๆ หรือสุดของการเคลื่อนไหวท่านั้น ๆ เรียกว่าน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้จริง

3. ค่าน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ในแต่ละท่านี้ ไม่ใช่เท่าเดิมตลอดนะครับ ต้องประเมินใหม่เป็นระยะ เพราะพอเล่นไปสักระยะ กล้ามเนื้อแข็งขึ้น ทนขึ้น น้ำหนักสูงสุด ก็ควรจะเพิ่มขึ้นด้วย

4. ตาม หลักวิชาการแล้ว แนะนำว่าในกลุ่มมือใหม่ที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อไวสุด ไม่จำเป็นต้องเล่นหนักสุดหรอกครับ เค้าพบว่ามือใหม่เล่นแค่สัก 60% ของน้ำหนักสูงสุด ให้ได้สัก 12 ครั้งต่อเซ็ท เนี้ย ถือว่าเร่งกล้ามเนื้อได้มากและไวสุดแล้วครับ เล่นมากกว่านี้ก็ได้ผลเท่าเดิม แต่เสี่ยงกับบาดเจ็บกับกล้ามเนื้อฟอร์มตัวไม่เหมือนมนุษย์ครับ ค่านี้คำนวณจากน้ำหนักสูงสุด ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักทุก 3-4 สัปดาห์ เนื่องจากกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นย่อมมีความสามารถยกน้ำหนักสูงสุดได้มากขึ้น ด้วยเช่น เริ่มเล่น ยกน้ำหนักสูงสุดได้ 10 กิโล เวลาเล่นก็เล่นแค่ 6 กิโลนะครับ พอเล่นไป 1 เดือน ทดสอบใหม่ น้ำหนักสูงสุดยกได้ 20 กิโล ดังนั้นในเดือนที่สองก็ต้องเล่นเวทที่ 12 กิโลแทนนะครับ ซึ่งก็ยังยึดหลัก 60% อยู่

5. ในแต่ละท่าเล่น ให้ดูว่าโหลดกล้ามเนื้ออะไร การจัดตารางให้จัดโปรแกรมผสม โดยตั้งเป้ากล้ามเนื้อแต่ละส่วนจะต้องได้รับการเล่นประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์นะครับ มากกว่านี้กล้ามโตเท่าเดิมครับ

6. สำหรับคนที่เล่นได้สม่ำเสมอแล้ว เข้าระดับโปร แนะนำให้โหลดกันที่ 80% ของน้ำหนักสูงสุด โดยอาจเล่นที่ 8 ครั้งก็ได้ โดยการโหลดจะนิยมเล่นแค่ 4 เซ็ทต่อกล้ามเนื้อกลุ่มนั้น

7. สำหรับคนที่เทิร์นโปรได้แล้ว (สม่ำเสมอ 1 ปี) เท่านั้น แนะนำให้เล่นโปรแกรมโหลดกล้ามเนื้อได้แบบหลายจุดพร้อม ๆ กัน เนื่องจากพวกนี้กล้ามเนื้อแข็งแรงพอทั้งตัว การเล่นจึงสามารถถ่ายแรงกระจายได้ดี สมดุล ไม่บาดเจ็บ ไม่ผิดรูปครับ มือใหม่ที่อยากเล่นแบบโปร มักเจอปัญหา บาดเจ็บ กล้ามเนื้อโตผิดรูป ไม่สมดุลครับ ใครอยากเล่นโปรความสำคัญสูงสุดคือกล้ามเนื้อต้องแข็งแรงทั้งตัวก่อน หรืออย่างน้อย กล้ามหลังต้องดีมาก ๆ เพราะเป็นจุดถ่ายแรงที่สำคัญ

8. ท่าถูกต้อง น้ำหนักถูกต้อง ความถี่ถูกต้อง จำนวนครั้งถูกต้อง สุดท้ายก็ความเร็วในการเล่นแต่ละท่า พยายามเล่นช้า ๆ ตรวจสอบหน้ากระจกว่าผิดท่าหรือไม่ เช็คทุกอย่างแล้ว ที่นี้ก็เตรียมพร้อมกับรูปร่าง supermodel ได้เลยครับ
By: Ex_guru